Mind Mapping: แผนที่ความคิด
Mind Mapping: แผนที่ความคิด
Mind map คืออะไร
Mind map คือ
การนำเอาทฤษฎีที่เกี่ยวกับสมองมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด โดยเฉพาะเกี่ยวกับกระบวนการเรียนรู้ของมนุษย์
การเขียนแผนที่ความคิด เกิดจากการใช้ทักษะทั้งหมดของสมอง
เป็นการทำงานร่วมกันของสมองทั้งสองซีก คือ สมองซีกซ้ายและซีกขวา
โดยสมองซีกขวาจะทำหน้าที่สังเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ จินตนาการ ความงาม ศิลปะ จังหวะ
และสมองซีกซ้ายจะทำหน้าที่ในการวิเคราะห์ภาษา สัญลักษณ์ ลำดับ ระบบ
ความเป็นเหตุเป็นผลตรรกวิทยา
Mind Map คือ
เครื่องมือที่ช่วยในการจัดการระบบความคิดที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เรียบง่ายที่สุด
มีรูปแบบการจดบันทึกที่สร้างสรรค์ และมีประสิทธิภาพ
เป็นการถ่ายทอดความคิด
หรือข้อมูลต่าง ๆ ที่มีอยู่ในสมองลงกระดาษ โดยการใช้ภาพ สี เส้น
และการโยงใยแทนการจดย่อแบบเดิมที่เป็นบรรทัด ๆ
ใช้การสื่อความหมายด้วยข้อความและรูปภาพ
เสริมสร้างทักษะในการวิเคราะห์และการสังเคราะห์ข้อมูล
อันเป็นพื้นฐานในการเรียนรู้ทำให้การเรียนรู้เป็นเรื่องที่สนุกสนาน มีชีวิตชีวายิ่งขึ้น
ประโยชน์ Mind Map
เห็นภาพรวมของสิ่งต่างๆ
จำสิ่งต่างๆได้ดีขึ้น
(เพราะสมองทำการเขื่อมโยงสิ่งที่เราต้องการจำ
เมื่อมีการเชื่อมโยงจะทำให้จำได้แม่นขึ้น)
สามารถค้นพบไอเดียใหม่ๆ
หาข้อบกพร่อง/จุดอ่อน
วางแผนการทำงาน
จัดลำดับ Presentation ผลงาน / Story Board
ช่วยตัดสินใจ
คิดได้อย่างเป็นระบบ คิดครบ
จด/สรุป สิ่งที่ต้องการเรียนรู้ได้ในรูปแบบที่รวดเร็ว /
ทบทวนได้ง่าย
การช่วยเรื่องของ Stakeholder
Mapping / Networking / Connection
ขั้นตอนการเขียน Mind map
เตรียมกระดาษเปล่า
ใหญ่ๆ (A3-A4) แบบไม่มีเส้น
และให้วางในแนวนอนเพราะเส้นจะทำให้เกิดการตีกรอบ กั้นความคิด
และการอ่านแนวนอนนั้นง่ายกว่าแนวตั้งเตรียมปากกาสีสวยๆ 1 Set คุณสามารถวาด Mind Map ได้ด้วยดีสอสีแท่งเดียวก็จริง
แต่ถ้ามีหลายสี มันจะทำ.ห้ Mind Map คุณสวยขึ้น
และสียังจะช่วยกระตุ้นความคิดได้มากกว่าด้วยวาดภาพหรือเขียนหัวข้อหลักที่ต้องการจะคิด
(Central Idea) ตรงกลางหน้ากระดาษ ขนาดไม่เล็กเกินไป
(จนไม่น่าสนใจ) และไม่ใหญ่จนไม่มีที่ให้แตกกิ่งออกมาเพิ่ม พยายามอย่าล้อมกรอบ
ซึ่งจะไปปิดกั้นความคิด (สมองจะมองกรอบว่าเป็นการสรุป เสร็จสิ้นแล้ว)4.ทำให้สิ่งที่อยู่ตรงกลางโดดเด่น เพื่อสร้างความจดจำ และกระตุ้นความคิด
สีสดใส ใส่อารมณ์
วาดกิ่งใหญ่
แตกแขนงออกมาจากภาพตรงกลางซึ่งกิ่งใหญ่นี้จะเป็นตัวแทนของหัวข้อหลักที่เกี่ยวกับ Central Idea ตรงกลาง
โดยที่แรกเริ่มยังไม่ต้องคิดมากกว่าจะแตกกิ่งอะไรดี จะถูกหรือไม่ ให้ใช้หลักการ Brainstorming
คือ ให้พยายามคิดออกมาเยอะๆ คือเน้นปริมาณก่อน
จากนั้นค่อยมาคัดทีหลัง
การคัดเลือก ให้รวบรวมกิ่งที่คล้ายคลึงกันเข้าด้วยกัน
โดยให้มีอย่างมากไม่เกิน 9
กิ่งใหญ่ (หลักการจำของสมอง จำได้แบบ Short-Term ได้แค่ 7+2 สิ่ง)
เทคนิคของการแตกหัวข้อกิ่งใหญ่คือ Concept ที่เรียกว่า No Gap, No Overlap ซึ่งหมายถึง แต่ละหัวข้อควรเป็นประเด็นที่ไม่ซ้ำกัน
และเมื่อทุกหัวข้อรวมกัน จะทำให้เราเห็นทุกประเด็นของ Central Idea จนครบแต่ละกิ่งใหญ่ควรใช้สีแยกกัน และกิ่งย่อยที่แตกจากสีไหน
ก็ให้ใช้สีเดียวกันเพื่อให้เกิดการจัดกลุ่ม (ถ้ารีบจดก็ยังไม่ต้องแยกสีก็ได้)
เส้นกิ่งใหญ่ให้วาดเป็นเส้นหนาๆ โค้งๆ รูปตัว s
ให้วาดภาพหรือเขียน Keyword
หรือของหัวข้อกิ่งใหญ่ในตำแหน่งเหนือกิ่งแต่ละอัน
ให้กิ่งทำตัวเหมือนเป็นการขีดเส้นใต้ ห้ามเขียนหัวข้อไว้ปิดปลายกิ่ง
เพราะจะเป็นการปิดกั้นไอเดีย (ยกเว้นคิดว่าจะเสร็จแล้วจริงๆ)
ตรงหัวข้อตรงกิ่งใหญ่
สามารถแตกกิ่งออกเป็นสิ่งเหล่านี้ได้ในสถานการณ์ต่างๆ กัน เช่น- หากจะสรุปหนังสือ
ก็เป็นหัวข้อสารบัญในหนังสือที่ต้องการสรุป
– หากเป็นสรุปบทความ ให้ Highlight คำสำคัญที่พบในบทความ แล้วนำมาใช้เป็นกิ่งใหญ่
– หากไปประชุม : Agenda การประชุม/สัมมนา
– หากทำ Process ขั้นตอนต่างๆ:
ให้เรียงจาก ก่อนไปหลังจะเริ่มจากทิศ 1-2 นาฬิกา
ไปทิศทางตามเข็มนาฬิกา (ถ้าถนัดขวา)จะเริ่มจากทิศ 10-11
นาฬิกา ไปทิศทวนเข็มนาฬิกา (ถ้าถนัดซ้าย)ใช้ Framework จากเครื่องมืออื่นๆ
: เช่น SWOT, 4Ps, Decision Tree, อื่นๆ อีกมากมาย
ให้เขียน 1
คำที่เป็น Keyword ต่อ 1 กิ่ง
(อย่าเขียนเป็นประโยค)
ความยาวของเส้น ให้ยาวพอดีๆ กับคำที่อยู่บนเส้น)
เส้นไม่ต้องคดเคี้ยวมากเกินไป เอาให้อ่านง่าย
เทคนิคปลีกย่อย ให้เว้นช่องว่างระหว่างกิ่งไว้ด้วย
เผื่อความคิดใหม่ๆ จะโผล่มาอีก
การแตกกิ่งตรงนี้อาจใช้หลักการได้ทั้งคิดแบบมีหลักการ
(เช่นมีลำดับขั้น เช่น จากทวีป => ประเทศ => ภาค => จังหวัด
=> เขต => อำเภอ…) เส้นต้องเชื่อมกันอย่าให้ขาด
ขั้นตอนการสร้าง Mind Map
เขียน/วาดมโนทัศน์หลักตรงกึ่งกลางหน้ากระดาษ
เขียน/วาดมโนทัศน์รองที่สัมพันธ์กับมโนทัศน์หลักไปรอบ ๆ
เขียน/วาดมโนทัศน์ย่อยที่สัมพันธ์กับมโนทัศน์รองแตกออกไปเรื่อย
ๆ
ใช้ภาพหรือสัญลักษณ์สื่อความหมายเป็นตัวแทนความคิดให้มากที่สุด
เขียนคำสำคัญ (Key
word) บนเส้นและเส้นต้องเชื่อมโยงกัน
กรณีใช้สี ทั้งมโนทัศน์รองและย่อยควรเป็นสีเดียวกัน
คิดอย่างอิสระมากที่สุดขณะทำ
กฎการสร้าง Mind map
เริ่มด้วยภาพสีตรงกึ่งกลางหน้ากระดาษ
ใช้ภาพให้มากที่สุดใน Mind
Map ของคุณ ตรงไหนที่ใช้ภาพได้ให้ใช้ก่อนคำ หรือรหัส เป็นการช่วย
การทำงานของสมอง ดึงดูดสายตา และช่วยความจำ
ควรเขียนคำบรรจงตัวใหญ่ๆ ถ้าเป็นภาษาอังกฤษให้ใช้ตัวพิมพ์ใหญ่
จะช่วยให้เราสามารถ ประหยัดเวลาได้ เมื่อย้อนกลับไปอ่านอีกครั้ง
เขียนคำเหนือเส้นใต้ แต่ละเส้นต้องเชื่อมต่อกับเส้นอื่นๆ
เพื่อให้ Mind Map มีโครงสร้างพื้นฐานรองรับ
คำควรมีลักษณะเป็น “หน่วย” เปิดทางให้ Mind Map คล่องตัวและยืดหยุ่นได้มากขึ้น
ใช้สีทั่ว Mind Map เพราะสีช่วยยกระดับความคิด เพลินตา กระตุ้นสมองซีกขวา
เพื่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ใหม่
ควรปล่อยให้สมองคิดมีอิสระมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ตัวอย่างแผนที่ความคิด Mind map
อ้างอิง
แผนที่ความคิด. วิกิพีเดียสารานุกรมเสรี: https://en.wikipedia.org/wiki/Mind_map.
สืบค้นวันที่
19 พฤศจิกายน 2561
แผนที่ความคิด. https://www.si mahidol.ac.th. สืบค้นวันที่
19 พฤศจิกายน 2561
Applevip.
Mind map การเขียนแผนที่ความคิด: https://blog.eduzones.com.
สืบค้นวันที่
19
พฤศจิกายน 2561




ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น